ทำไมแมวถึงกรน กระตุก หรือมีน้ำลายไหลตอนหลับ?
แมวที่หลับแล้วมีอาการกระตุก ส่งเสียงเบาๆ หรือมีน้ำลายซึมนิดหน่อย มักเป็นแค่อาการนอนหลับตามปกติ สิ่งสำคัญคือแยกให้ออกว่าอะไรคือพฤติกรรมตอนฝัน และอะไรที่ควรพาไปพบสัตวแพทย์

แมวที่หลับแล้วกรน กระตุก ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเบาๆ หรือแม้แต่น้ำลายซึมนิดหน่อย มักกำลังทำสิ่งที่เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แมวเป็นสัตว์ที่นอนนาน มีช่วงนอนหลับตื้นสลับกับ REM sleep และนั่นคือช่วงที่เราอาจเห็นการขยับตัวเล็กๆ หรือได้ยินเสียงแปลกๆ เหล่านี้ได้[1][2][3]
สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าเหมารวมว่าเสียงตอนหลับทุกแบบแปลว่ามีปัญหาเหมือนกันหมด เสียงกรนเบาๆ ในแมวที่นอนสบายอาจไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเริ่มมีเสียงหายใจดังผิดปกติ กระตุกไม่หยุดแม้ตื่นแล้ว หรือมีน้ำลายไหลร่วมกับอาการอื่น แบบนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง[2][4][5]
แมวไม่ได้หลับยาวรวดเดียวเหมือนที่หลายคนคิด พวกมันเป็นสัตว์ที่นอนเป็นช่วงสั้นๆ หลายรอบ หรือ polyphasic sleepers และอาจนอนรวมกันราว 12 ถึง 18 ชั่วโมงต่อวัน ขึ้นอยู่กับอายุและระดับกิจกรรม[1][3] ระหว่างช่วงหลับตื้นและช่วง REM ร่างกายอาจยังดูเหมือนคึกคักอยู่แม้ตาจะปิด นั่นจึงเป็นจังหวะที่อุ้งเท้าอาจกระตุก หนวดอาจสั่น หรือแมวอาจส่งเสียงเจื้อยแจ้วหรือเหมียวเบาๆ ออกมา[1][3]
นั่นยังเป็นเหตุผลว่าทำไมแมวที่หลับถึงฟังดู “มีอารมณ์” กว่าที่คิด แหล่งข้อมูลที่อธิบายพฤติกรรมการนอนตามปกติระบุว่าอาจได้ยินเสียงครางเบาๆ เหมียว เจื้อยแจ้ว ฟ่อคำราม กรน หรือแม้แต่การหายใจครืดคราดหรือมีเสียงดังตอนหลับได้[1][3] การครางเบาๆ ตอนนอนมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการผ่อนคลาย ส่วนการขยับตัวเล็กๆ ระหว่าง REM sleep มักถูกอธิบายว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝัน[1][3]
ทำไมแมวถึงกรน
ในบรรดาเสียงตอนหลับ กรนมักเป็นเสียงที่สังเกตได้ง่ายที่สุด เพราะได้ยินชัดกว่า เสียงกรนทุ้มหรือเสียงคล้ายคัดจมูกในแมวมักเกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะบริเวณจมูกหรือหลังคอ และอาจได้ยินชัดขึ้นในบางท่านอน[2] แมวที่ขดตัวแน่นๆ หรือเงยคางตอนหลับ อาจมีเสียงหายใจต่างจากตอนนอนเหยียดยาวบนโซฟา นั่นไม่ได้แปลว่ามีปัญหาเสมอไป แค่ท่าทางสามารถทำให้เสียงหายใจเดินทางออกมาแตกต่างกันได้[2]
สิ่งสำคัญคือเสียงนั้นเป็นแค่เป็นครั้งคราวและเบาๆ หรือเริ่มเป็นต่อเนื่อง ดังขึ้น หรือมาพร้อมอาการอื่น ถ้าเป็นเสียงหายใจดังผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือแย่ลง ควรใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถ้ามีอาการหอบ สำลัก กินอาหารลำบาก ออกแรงแล้วไม่ไหว หรือหายใจลำบากให้เห็นชัด[2]
ทำไมแมวถึงกระตุกตอนหลับ
อาการกระตุกตอนหลับมักเป็นสิ่งที่น่ากังวลน้อยที่สุดในสามอย่างนี้ การกระตุกเบาๆ การขยับตัวเล็กน้อย การยืดตัว และการส่งเสียงสั้นๆ ระหว่างหลับ มักถูกอธิบายว่าเป็นพฤติกรรมปกติ โดยเฉพาะในช่วง REM sleep[1][3][4] จุดสำคัญคืออาการต้องหยุดเมื่อแมวตื่น และโดยรวมแมวยังดูปกติดี[4]
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกการขยับตัวจะมองข้ามได้ อาการกระตุกที่เกิดตอนแมวตื่น ไม่หยุดหลังตื่น หรือเกิดร่วมกับการล้ม หมดสติ ชัก น้ำลายไหลมาก เดินเซ หรือกดเจ็บชัดเจนบริเวณหางหรือร่างกาย ควรพาไปพบสัตวแพทย์[4] พูดง่ายๆ คือ อุ้งเท้ากระตุกเบาๆ ตอนง่วงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนการขยับตัวแบบควบคุมไม่ได้ต่อเนื่องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทำไมแมวถึงมีน้ำลายไหลตอนหลับ
บางครั้งน้ำลายไหลตอนหลับเกิดได้เพราะแมวผ่อนคลายมากจริงๆ[5][6] หลายแหล่งอธิบายว่าน้ำลายซึมตอนนอนอาจไม่อันตราย ถ้าเกิดเป็นครั้งคราวและไม่ได้มาพร้อมสัญญาณป่วยอื่น[5][6] ถ้าแมวยังกินได้ตามปกติ ทำตัวปกติ และไม่มีปากเหม็นหรือเจ็บในช่องปาก คราบเปียกเล็กๆ บนผ้าห่มก็อาจไม่ได้หมายความว่ามีอะไรผิดปกติ
แต่น้ำลายจะน่าคิดขึ้นทันทีเมื่อไม่ได้เกิดเดี่ยวๆ ถ้ามีน้ำลายไหลร่วมกับเบื่ออาหาร พฤติกรรมเปลี่ยน ปากเหม็น หรือมีสัญญาณป่วยอื่น ควรโทรหาสัตวแพทย์[5] เช่นเดียวกัน ถ้าน้ำลายเริ่มเป็นมากผิดปกติ หรือมาพร้อมอาการไม่สบายตัว ก็ควรตรวจเช็ก[6] น้ำลายบอกอะไรเราได้ แต่ไม่ควรตัดสินจากน้ำลายอย่างเดียว
เช็กอาการแบบง่ายๆ
วิธีแยกว่าปกติหรือไม่ คือดูภาพรวมของแมว มากกว่าฟังแค่เสียงอย่างเดียว
มักปกติ:
- กระตุกเบาๆ แล้วหยุดเมื่อแมวตื่น[4]
- กรนเบาๆ เป็นๆ หายๆ ระหว่างหลับ[2][3]
- ส่งเสียงเล็กๆ อย่างเจื้อยแจ้ว เหมียว หรือครางสั้นๆ ตอนหลับ[1][3]
- น้ำลายซึมเป็นครั้งคราวในแมวที่ดูผ่อนคลายและสุขภาพดี[5][6]
ควรโทรหาสัตวแพทย์ถ้าเห็น:
- กระตุกตอนตื่น หรือกระตุกต่อเนื่องหลังตื่น[4]
- กรนหรือเสียงหายใจดังผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ หรือมาพร้อมอาการหอบ สำลัก กินลำบาก หรือหายใจลำบาก[2]
- น้ำลายไหลร่วมกับเบื่ออาหาร ปากเหม็น พฤติกรรมเปลี่ยน หรือมีสัญญาณป่วยอื่น[5]
- รูปแบบการหายใจที่ดูเหนื่อยหอบ โดยเฉพาะถ้าแมวดูอึดอัด[2]
ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ พฤติกรรมตอนนอนที่ปกติมักสั้น เบา และหายเอง ส่วนสัญญาณเตือนคืออาการที่อยู่นาน แรงขึ้น หรือมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น
สิ่งที่เจ้าของมักเจอจริงในบ้าน
เจ้าของแมวจำนวนไม่น้อยเจอเรื่องคล้ายกันที่บ้านอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงกรนที่ดังขึ้นเพราะท่านอนเปลี่ยน เสียงเจื้อยแจ้วตอนหลับ หรือการหายใจที่ฟังดูต่างออกไปเมื่อแมวขดตัวแน่นๆ[7][8][9] คำบอกเล่าเหล่านี้มีประโยชน์ตรงที่ทำให้เห็นว่าเรื่องแบบนี้เจอได้บ่อย แต่ก็ยังเป็นเพียงสิ่งที่เจ้าของสังเกต ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์ เพียงแต่สะท้อนช่วงเวลาจริงที่เสียงบางอย่างเริ่มฟังดูใหม่หรือชวนกังวล
และนั่นมักเป็นจุดที่เจ้าของเริ่มเอะใจ เสียงเดิมๆ ที่เคยมีอยู่แล้วมักไม่ค่อยกังวลเท่าเสียงที่เพิ่งเกิดใหม่ หรือเสียงเดิมที่เปลี่ยนไป ความรู้สึกนั้นควรเชื่อบ้าง เพราะมักช่วยให้จับสัญญาณได้เร็ว
ถ้าทำได้ ลองถ่ายวิดีโอสั้นๆ ตอนที่ได้ยินเสียง จะช่วยให้เทียบได้ว่าเสียงนั้นเกิดขึ้นพร้อมท่าทางแบบไหน และยังมีประโยชน์มากถ้าต้องให้สัตวแพทย์ดูอาการต่อ
แมวที่หลับแล้วกระตุก กรนเบาๆ หรือมีน้ำลายซึมนิดหน่อย มักจะเป็นแค่แมวที่กำลังพักผ่อนตามปกติ ความต่างระหว่าง “ปกติ” กับ “น่ากังวล” ไม่ได้อยู่ที่การมีเสียงหรืออาการนั้นหรือไม่ แต่อยู่ที่รูปแบบโดยรอบ และแมวยังดูสบาย ตื่นตัว และแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า
อ่านเรื่องดูแลสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวันเพิ่มเติมได้ที่ บล็อก



