แมวกินแคตนิปแล้วเกิดอะไรขึ้น และทำไมบางตัวถึงตอบสนองแรงมาก?
แคตนิปอาจดูเหมือนของวิเศษ แต่ปฏิกิริยาของแมวไม่ได้เหมือนกันทุกตัว การดมมักกระตุ้นอาการกลิ้ง ถูตัว และวิ่งซนแบบที่คุ้นกัน ส่วนการกินมักออกไปทางสงบมากกว่า — และแมวบางตัวแทบไม่ตอบสนองเลย

แคตนิปมักถูกพูดถึงราวกับว่ามันทำให้แมวทุกตัวกลายเป็นพายุลูกเล็ก ๆ แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ความต่างสำคัญอยู่ที่ การดม กับ การกิน แคตนิป การสูดกลิ่นของพืชมักเป็นตัวจุดปฏิกิริยาแบบตื่นเต้นที่คนส่วนใหญ่คุ้นกัน ส่วนการกินมักให้ผลไปทางสงบหรือผ่อนคลายมากกว่า
ความต่างนี้สำคัญ เพราะมันเปลี่ยนภาพรวมไปเลย แมวที่กลิ้งไปมา ถูหน้า พรุนเสียงร้อง หรือจู่ ๆ ก็วิ่งซัดไปซัดมา ไม่ได้แปลว่ามัน “คลั่ง” ในทางไม่ดีเสมอไป แคตนิปมักทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง พฤติกรรม แบบชั่วคราว ไม่ใช่ปัญหาทางการแพทย์ และแมวจำนวนมากตอบสนองได้หลากหลาย ตั้งแต่เล่นสนุก ไปจนถึงนิ่ง ๆ ไปเลย หรือในบางกรณีก็หงุดหงิดเล็กน้อย
แคตนิปคือ Nepeta cataria สมุนไพรในตระกูลมินต์ น้ำมันสำคัญของมันคือสารที่เรียกว่า nepetalactone และสารนี้คือหัวใจหลักของเรื่องทั้งหมด เมื่อแมวดมแคตนิป กลิ่นจะถูกส่งผ่านเส้นทางรับกลิ่นเฉพาะทาง จึงไม่แปลกที่จมูกจะมีบทบาทมากในเรื่องนี้ ช่วงนั้นพืชชนิดนี้อาจกระตุ้นพฤติกรรมหลายแบบที่ดูคล้ายอาการตื่นเต้น แม้แมวบางตัวจะตอบสนองออกมาเป็นความรัก ความสุข ความซน ความผ่อนคลาย หรือแม้แต่ความก้าวร้าว
การดมแคตนิปมักเป็นช่วงที่ดู “อลังการ” ที่สุด
ถ้าเคยเห็นแมวเข้าไปสำรวจแคตนิปแล้วจู่ ๆ ก็เริ่มถูหน้าใส่มัน นั่นแหละคือปฏิกิริยาคุ้นตาที่คนส่วนใหญ่นึกถึง กลิ่นเหมือนจะเป็นตัวกระตุ้นหลัก และการตอบสนองก็มักเห็นชัดแต่เป็นเพียงชั่วคราว แหล่งข้อมูลสัตวแพทย์หนึ่งระบุว่าช่วงที่แมวตอบสนองต่อแคตนิปโดยทั่วไปอยู่นานราว 10 นาที จากนั้นมันอาจจะไม่ตอบสนองต่อแคตนิปชั่วคราวอยู่พักหนึ่ง
ช่วงเวลาสั้น ๆ แบบนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมแคตนิปถึงดูแรงมาก แล้วหายวับไปเร็วพอ ๆ กัน แมวอาจพุ่งเข้าใส่ของเล่น กลิ้งกับพื้น ทำตัวออดอ้อนมากกว่าปกติ หรือบางทีก็รับ刺激มากเกินไป อีกตัวอาจแค่เหลือบมองสมุนไพรแล้วเดินจากไปเฉย ๆ
การกินแคตนิปเป็นประสบการณ์คนละแบบ
แมวกินแคตนิปได้ และปริมาณเล็กน้อยโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย แต่การกินไม่ได้ให้ผลเหมือนการดม ในหลายคำอธิบาย การกินเชื่อมโยงกับความสงบหรือการผ่อนคลายมากกว่าปฏิกิริยาแบบกลิ้ง ถูตัว และคึกคักที่คนมักคาดหวัง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้กินเยอะได้ตามใจ เพราะแคตนิปมากเกินไปอาจทำให้อาเจียนหรือท้องเสียได้ และแหล่งข้อมูลสัตวแพทย์ระบุว่าการเจ็บป่วยรุนแรงจากการกินมากเกินไปถือว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นสูง กล่าวง่าย ๆ คือแคตนิปมักกวนท้องมากกว่าจะอันตราย แต่ถ้าแมวกินเข้าไปเยอะ ก็ยังทำให้มันไม่สบายตัวได้
ทำไมแมวบางตัวตอบสนองแรง แต่บางตัวไม่สนใจเลย
ตรงนี้เป็นส่วนที่ชวนหงุดหงิดที่สุดสำหรับหลายคน เพราะปฏิกิริยาของแมวไม่สม่ำเสมอ PetMD ระบุว่าราว 60% ของแมวมีพฤติกรรมตอบสนองต่อแคตนิป นั่นแปลว่ายังมีอีกไม่น้อยที่ไม่ตอบสนองเลย คุยในชุมชนคนเลี้ยงแมวก็จะเห็นแพตเทิร์นคล้ายกัน แมวตัวหนึ่งทำเหมือนโดนสะกด ขณะที่อีกตัวมองมันเหมือนเป็นแค่ของที่อยู่ตรงนั้น
เรื่องอายุและพันธุกรรมมักถูกพูดถึงว่าอาจเป็นสาเหตุ บางแหล่งข้อมูลบอกว่าลูกแมวอายุต่ำกว่าราว 6 เดือนมักยังไม่ค่อยตอบสนอง และการพูดคุยในชุมชนก็ชอบชี้ไปที่พันธุกรรมว่าอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บางตัวอินมาก ในขณะที่บางตัวไม่รู้สึกอะไรเลย
ความแตกต่างแบบนี้ควรยอมรับให้ได้ แมวที่เมินแคตนิปไม่ได้แปลว่าเสียอะไรผิดปกติ ดื้อ หรือเศร้า มันอาจแค่เป็นหนึ่งในแมวที่ไม่ไวต่อสารนี้ หรือแค่อารมณ์ยังไม่มาเท่านั้นเอง
แล้วกินมากแค่ไหนถึงมากเกินไป?
สำหรับแมวส่วนใหญ่ แคตนิปถือว่าปลอดภัยเมื่อให้ในปริมาณพอเหมาะ สิ่งที่ต้องเฝ้าดูหลัก ๆ คืออาการทางเดินอาหาร โดยเฉพาะถ้าแมวกินส่วนของพืชเข้าไปเยอะเกินไป อาเจียนกับท้องเสียคือสัญญาณชัดที่สุดว่าปริมาณนั้นมากเกินไป
แหล่งข้อมูลสัตวแพทย์หนึ่งบอกว่าอาจเกิดการแพ้แคตนิปได้ แต่พบได้น้อยมาก และยังระบุว่าการเจ็บป่วยรุนแรงมีโอกาสน้อยมาก ซึ่งน่าจะช่วยให้เจ้าของส่วนใหญ่สบายใจขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอาเจียนซ้ำ ๆ ซึมมาก หรืออาการอื่นที่ดูเกินกว่าท้องไส้ปั่นป่วนธรรมดา ก็ควรโทรหาสัตวแพทย์
ถ้าแมวไม่สนใจแคตนิป ก็ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิด
การไม่ตอบสนองอาจทำให้แปลกใจ โดยเฉพาะถ้าแมวอีกตัวในบ้านทำเหมือนแคตนิปคือของดีสุดในโลก แต่การไม่ตอบสนองเป็นเรื่องพบได้บ่อยพอจนไม่ควรมองว่าเป็นสัญญาณอันตรายเพียงอย่างเดียว
สำหรับเจ้าของที่อยากลองของอย่างอื่น ชุมชนคนเลี้ยงแมวมักพูดถึงตัวเลือกอย่าง silvervine หรือ honeysuckle สำหรับแมวที่ไม่ตอบสนองต่อแคตนิป สองอย่างนี้ถูกยกขึ้นมาบ่อย เพราะแคตนิปไม่ใช่มนต์เสน่ห์ใช้ได้กับแมวทุกตัว มันเป็นแค่หนึ่งในหลายทางเลือกที่อาจช่วยกระตุ้นการเล่นหรือความสนใจได้
ถ้าจะสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือ การดมมักเป็นตัวเปิดฉาก ส่วนการกินมักทำให้ทุกอย่างเบาลง ความต่างเล็ก ๆ นี้เองที่อธิบายได้ว่าทำไมพืชชนิดเดียวกันถึงทำให้แมวตัวหนึ่งกลิ้งไปมาเหมือนลูกแมว ตัวหนึ่งกินเงียบ ๆ และอีกตัวไม่ทำอะไรเลย



